internet

ท่านผู้อ่านครับ ท่านที่ติดตามบล๊อกนี้มาเป็นเวลาหลายปี คงทราบดีว่าผมเคยเขียนเอ็นทรีด่าโปรแกรมรักษาความปลอดภัยของเกาหลีไว้เยอะ เช่นค่าย A และ N เป็นต้น
 
แต่ว่า ครั้งนี้ ผมคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ ว่าของเกาหลีไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด วันนี้ผมเลยมีโปรแกรมน่าสนใจมาเชียนถึงครับ Cool
 
PS. แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะกลับไปชอบ A และ N นะ อย่าเหลิงๆInnocent
 
โปรแกรมรักษาความปลอดภัยที่เราจะเขียนถึงในเอ็นทรีนี้ชื่อ RoboScan ครับ เป็นโปรแกรมรักษาความปลอดภัยแบบสมบูรณ์ คือมีทั้ง Anti Malware, Firewall และฟีเจอร์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ
 
Roboscan ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท ESTSoft ของเกาหลี ที่ทำเกม Cabal นั่นแหล่ะ
 
Estsoft logo
 
นอกจากเกม Cabal แล้ว ESTSoft ยังทำซอฟท์แวร์ทั่วๆไปอย่างเช่นซอฟท์แวร์ตระกูล Al ครับ อย่าง AlSee AlZip etc.
 
คำว่า Al ในภาษาเกาหลีแปลว่า "ไข่" ครับ โดยโปรแกรมของค่ายนี้จะเป็นไอคอนรูปไข่ครับ (น่ารัก Wink)
 
อ่า กลับมาที่เอ็นทรีนี้กันต่อครับ
 
Roboscan เนี่ย เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า Alyac (Yac ในภาษาเกาหลีแปลว่า "ยา") 
 
Alyac Roboscan
 
ภายหลังเขาคงอยากให้ชื่อดูอินเตอร์มากขึ้น เลยเปลี่ยนเป็น Roboscan มั้ง Cry
 
เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ขั้นตอนการติดตั้งผมขอข้ามไปนะ เพราะทุกคนคงติดตั้งโปรแกรมกันเป็นนะครับ
 
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว โปรแกรมจะ Update อัตโนมัติหลังติดตั้งทันที
 
Roboscan first update
 
เห็นจำนวนไฟล์แล้วน่าใจหาย เพราะมันเยอะมาก Sealed
 
แต่โชคดีที่มันแยกออกเป็นไฟล์เล็กๆ ต่างกับ Comodo ที่การ Update ครั้งแรกหลังติดตั้ง เราต้องโหลดไฟล์อัพเดตครั้งแรกประมาณ 100 MB กว่าๆ ISP ไหนออกนอกดีๆก็ไวไปครับ
 
เมื่อ Update เสร็จแล้ว น่าประหลาดใจที่โปรแกรมนี้ไม่ต้อง Restart หลังการติดตั้ง เราก็จะได้เห็นหน้าหลักโปรแกรมครับ
 
 
ค่าเดิมของโปรแกรมนี้คือ Firewall ถูกปิดไว้ เราสามารถมาเปิดเองทีหลังได้ครับ (อย่าลืมปิด Windows Firewall ก่อนล่ะ Money mouth)
 
คนอ่าน: อ้าว! แล้วไอ้เจ้าโปรแกรมไข่นี่ มันมีอะไรพิเศษกว่าของเจ้าอื่นๆยังไงอ่ะ ของเกามันจะไปสู้ของฝรั่งได้ไงล่ะ?
 
Rat: อ๊ะๆ! อย่าเพิ่งดูถูกมันนะครับ เจ้าโปรแกรมไข่นี่เป็น Antivirus ระบบ Multi Engine เชียวนะครับ โดยที่ใช้เอ็นจินของตัวเองคู่กับ BitDefender เลย
 
Roboscan Engine information
 
นั่นแน่! เห็นแล้วชักสนใจซะแล้วใช่มั้ยครับ เอ็นทรีหน้า เราจะมาพูดเรื่องการใช้เจ้าโปรแกรมนี้กันต่อนะครับ ไว้ติดตามกันนะครับ ตอนนี้ขอตัวไปนอนก่อนละครับ ไว้เจอกันครับSmile
 
เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่อง ICT Free wifi ของรัฐบาล หลายๆคนอาจจะเจอปัญหาจุกจิกซิกแซกบ้าง หลายคนก็อยากจะหาบริการ Wifi ที่สเถียร เร็ว และมีพื้นที่บริการที่มากกว่า ซึ่งไม่อยากใช้คำว่า "ครอบคลุม" เพราะสัญญาณ Wifi มันไปได้ไม่กี่เมตร Frown
 
ตอนนี้ก็เป็นตอนที่ 3 กับเรื่อง Wifi นะครับ อย่างที่บอกว่าเอ็นทรีนี้เป็นการต่อยอดทั้งสองเอ็นทรีก่อน อาจจะ "ยาว" แน่ๆ แต่ผมว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับพวกเราๆแน่ครับ
 
คุณผู้อ่านเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้มั้ยครับ?
 
สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่า Hotspot ครับ ที่เราสามารถพบได้ตามศูนย์การค้า
 
คนอ่าน: แล้ว Wifi ธรรมดากับ Hotspot ต่างกันตรงไหนล่ะ Laughing
Rat: ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับระบบ Hotspot ก่อนครับ Cool
 
Hotspot ก็คือ Wifi นี่แหล่ะครับ เป็นอินเทอร์เน็ตไร้สาย แต่มันต่างกันตรงที่ Hotspot เหล่านี้จะไม่ต้องใส่ Password ในการเชื่อมต่อ
 
ซึ่งอยากจะย้ำท่านผู้อ่านในที่นี้ว่า Hotspot เหล่านี้ "ไม่ฟรี"
 
[โปรดอ่านคำว่า "ไม่ฟรี" ดังๆ]
 
ใช่แล้วครับ พวก Hotspot เหล่านี้ เมื่อเชื่อมต่อติดแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนใช้ฟรี แต่ความจริงคือเมื่อคุณเปิดเว็บใดๆขึ้นมา มันจะ Redirect ไปที่หน้ากรอก Username กับ Password ที่ต้องซื้อเอา
 
ภาพจากเว็บของ AIS โดยตรง (ไม่ได้ Hotlink นะ อย่าตบผมUndecided)
 
จากตรงนี้ ถ้าเราต้องการจะใช้ Wifi ของ AIS เอง คุณต้องสมัครแพกเกจที่แถมชั่วโมง Wifi มาให้ด้วย และเขาจะให้รหัสมาเพื่อมา Login ตรงนี้ครับ
 
แต่กรณีของ TrueWifi ที่ผมเคยใช้เมื่อนานมาแล้ว ถ้าในโปรฯมีชั่วโมง Wifi มาให้ด้วย ทาง Operator จะถาม MAC Address ของมือถือเรา เมื่อเราเอาไปเชื่อมต่อ TrueWifi แล้ว มันจะต่อให้อัตโนมัติครับ ไม่ต้องมาใส่รหัสใดๆ
 
คำเตือน: การกด *388# แล้วโทรออก ไม่ได้ทำให้คุณได้รหัส Wifi ฟรีแต่อย่างใด แต่กลายเป็นว่าคุณจะโดนเก็บเงินเพิ่มอีกประมาณร้อยกว่าบาทในรอบบิลหน้า (99 บาท + Vat 7%) เพราะถือว่าคุณซื้อชั่วโมง Wifi รายเดือนของเขาครับ
 
คนอ่าน: แล้วถ้าเราจะใช้ Wifi Hotspot แบบไม่เหมารายเดือนเนี่ย จะทำยังไงดีล่ะ Laughing
Rat: ทำได้ึีครับ ด้วยการซื้อชั่วโมง Wifi ตามร้านหนังสือหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป
 
ในที่นี้ผมขอแนะนำ 3BB Wifi แล้วกัน เพราะเคยใช้งานจริง
 
นี่คือรหัสสำหรับ 3BB Wifi ที่ผมได้มาตอนงาน TGS ที่ผ่านมา
 
 
สภาพยับเยินใช้ได้เลย แต่เลขข้างในยังไม่จางนะ Surprised
 
ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างด้วยมือถือแล้วกันนะครับ ในคอมจะอธิบายเสริมไป
 
เมื่อเราให้อุปกรณ์ของเราสแกนหา Wifi เราก็จะเจอสัญญาณ Wifi แถวๆนั้นครับ
 
 
ให้เราเลือก 3BB Wifi ครับ รอจนกว่าจะเชื่อมต่อสำเร็จ
 
ถ้าเป็นใน iOS เมื่อต่อแล้วมันจะขึ้นหน้า Login ทันที เพื่อให้เราใส่รหัส
 
 
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ให้คุณเปิด Browser ขึ้นมา แล้วเปิดเว็บอะไรก็ได้ครับ มันจะ Redirect มาที่หน้านี้เหมือนกัน
 
เมื่อใส่รหัสและ Login แล้ว ก็จะได้หน้านี้
 
 
หน้านี้จะแสดงจำนวนนาทีที่ใช้ไปและชั่วโมงคงเหลือครับ ให้เราเปิดหน้านี้ทิ้งไว้ ถ้าเป็น Smart Phone หรือ Tablet ก็ให้กดปุ่ม Home ออกมาหน้าแรกได้เลย
 
สำหรับคอมพิวเตอร์ ให้เปิดหน้าบราวเซอร์นั้นไว้ครับ ดังนั้น เพื่อความสะดวก ส่วนตัวผมแนะนำให้ใช้ Browser ที่ Login กับตัวที่เราใช้เปิดเว็บเป็นคนละตัวกัน จะได้ไม่เผลอปิดไปครับ
 
อ้อ! สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มี Firewall ให้เราเลือก Network Zone เป็น Public เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนมองเห็นเราจากในเครือข่ายครับ (หากไม่เข้าใจให้กลับไปอ่านเรื่อง Comodo IS)
 
ถ้าคุณเผลอปิดหน้านี้ไป สามารถเข้าไปที่เว็บ http://3bbwifilogout.com แทนก็ได้ ส่วนตัวอื่นผมยังไม่เคยใช้นะ
 
คำเตือน: ถ้าคุณลืม Logout ออก ในกรณีที่คุณใช้แบบชั่วโมง ชั่วโมงของคุณจะยังถูกนับอยู่จนกว่าอุปกรณ์ของคุณจะตัดการเชื่อมต่อ Wifi ออก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณห้อุปกรณ์ของคุณตั้ง Timeout ไว้ที่กี่นาที แต่ผมแนะนำให้ Logout ออกด้วยตัวเองมากกว่าครับเพื่อความแน่ใจ
 
 
หลังจากที่เราเซิฟเน็ตอย่างเต็มที่แล้ว และ Logout แล้ว ควรจะทำอีกอย่างหนึ่งคือการ Forget Network ครับ
 
 
ที่แนะนำให้ทำแบบนี้ เพราะถึงเราจะ Logout ชั่วโมง Wifi ไม่นับแล้ว เราควรตัดอุปกรณ์เราออกจา Network นั้นด้วยครับ
 
คนอ่าน: ทำไมต้องทำด้วยล่ะ?
Rat: มีสองสาเหตุครับ นั่นคือ 1. เพื่อให้มีที่ว่างๆ ให้คนอื่นมาเชื่อมต่อ เพราะบาง AP จะจำกัดจำนวนเครื่องเชื่อมต่อ ถ้ามากเกินไปเราจะต่อไม่ได้ และ 2. เพื่อไม่ให้มีคนมองเราเห็นจากในวงแลนเดียวกันด้วยครับ
 
สำหรับคอมพิวเตอร์ ให้เลือก Disconnect จากเครือข่ายนั้นเอาครับ
 
คนอ่าน: ใครสมควรจะใช้พวก Hotspot ล่ะ?
Rat: ผมขอแนะนำสำหรับ
  • ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในแหล่งพำนักถาวรอย่างเช่นหอพัก
  • ผู้ที่อยู่อพาร์ทเม้นต์ที่เขาไม่อนุญาตให้เดินสายกับติดอุปกรณ์
  • คนที่ใช้อินเทอร์เน็ตเดือนละไม่กี่นาที,ใช้ทีละคน และไม่คุ้มค่าหากจะต้องจ่ายเดือนละ 600 บาท+สัญญาทาส 1 ปี
  • คนที่กลับมาเมืองไทยไม่กี่วันต่อปี
 
อ้อ! สำหรับคอนโดฯบางที่เขาจะมีพวก Hotspot ตามชั้นต่างๆด้วย ลองติดต่อฝ่ายนิติฯดูนะครับ เขาน่าจะมีบัตรขาย
 
คนอ่าน: อ้าว แล้วเราจะรู้่ได้ยังไงว่าแถวบ้านเรามี Hotspot รึเปล่า?
Rat: สังเกตตามนี้ครับ
 
 
คุณเห็นเสาเล็กๆออกมาจากกล่องสีเทา (มั้ง) มั้ยครับ? นั่นคือตัวปล่อยสัญญาณ Wifi นั่นเอง
 
ส่วนที่ผมไปเจอมาอีกรูปก็นี่ครับ
 
 
อีกรูปจะเป็นกล่องเล็กๆ ห้อยอยู่บริเวณสแนวเคเบิ้ล (ไม่ใช่สายไฟฟ้านะ) เจ้านี่ก็ปล่อยสัญญาณเหมือนกันครับ
 
ส่วนกล่องไหนจะเป็นของใคร ก้ต้องสแกนดูครับ แล้วค่อยไปหาซื้อบัตรเติมชั่วโมงมาใช้
 
คนอ่าน : อ้าว! แล้วจะไม่สะดวกซื้อตามร้านหนังสือล่ะ?
Rat: ยังมีอีกทางพึ่งนึงคือ "ตู้บุญเติม" ครับ
 
วิธีการซื้อ ก่อนอื่นให้หาตู้ก่อน
 
 
หาไม่น่ายากนะครับ หน้าเซเว่นหลายๆสาขาจะมี
แต่หาตู้ที่ซื้อชัวโมง Wifi อาจหายากนิดนึง Frown
 
ให้เรากดที่ "ซื้อรหัสบัตรต่างๆ" ปุ๊ง!
 
 
ทีนี้ คุณจะใช้ของค่ายไหน ก็เลือกตามสะดวกครับ
ก็อย่างที่บอก เอ็นทรีนี้แนะนำของ 3BB เราก็จะจิ้มที่ 3BB ปุ๊ง!
 
 
ก็จะมีราคาจำหน่ายครับ ซึ่งถ้าเหมาจ่ายรายเดือนจะอยู่ที่ 106 บาท
 
LMAO
นี่มันท่านเหมาเจ๋อตุง!
 
ส่วนตัวผมว่าถ้าจะเหมาจ่ายรายเดือน และคุณใช้มือถือค่าย AIS ผมแนะนำว่าให้กด *388# แล้วโทรออกดีกว่า (99 บาทรวม Vat 7% ก็ได้ 106 บาท)
 
ทั้งนี้ เพราะการทำแบบนั้นเราจะได้รหัสเพื่อใช้ Wifi ของทั้ง 3BB และ AIS เลย ถ้าซื้อที่ตู้นี้รหัสที่ได้จะใช้ได้เฉพาะของ 3BB นะครับ ขอเตือนก่อน
 
คนอ่าน: เนี่ยอยู่หน้าตู้แล้วเนี่ย จะซื้อแล้วแล้วมันต้องทำยังไงต่อล่ะ?
 
Rat: อ่า! นอกเรื่องไปซะไกลเลย กลับมาก่อน *ล่องแพกลับฝั่ง*
 
เมื่อเรากดซื้อแล้ว ระบบก็จะให้เราใส่เบอร์มือถือเพื่อรับ SMS ครับ ซึ่งนั่งเป็นรหัสการใช้งาน ผมว่ามันก็ง่ายดีนะ เพราะจะได้เก็บข้อมูลตรงนั้นไว้ในมือถือเราเลยCry
 
เป็นยังไงล่ะครับ และแล้วก็ขอจบเรื่อง Wifi Hotspot ไว้เพียงเท่านี้ หวังว่าทั้งสามเอ้นทรีที่ผ่านมาคงจะเป็นประโยชน์ (เรอะ? หลังๆรั่วนะเมิง ไอ้หนูไททั่น!) กับท่านผู้อ่านทุกๆคน
 
ต่อไปนี้เวลาใครบ่นว่า Wifi บ้านเราไม่ฟรี ก็ตอกหน้ากลับไปว่า "นี่ยุคทุนนิยมนะ!" เอ๊ย! บอกกลับไปว่า "มันก็มี แต่น้อย หาซื้อแบบเป็นชั่วโมงก็ได้นะเธอว์!"Smile
 

มาใช้ ICT Free Wifi กันเถอะ(นะ)

posted on 03 Feb 2013 00:32 by warbandit directory Tech
หมายเหตุ: เอ็นทรีนี้แนะนำสำหรับผู้ที่จะใช้ Wifi แบบชั่วครั้งชั่วคราวนะครับ
 
สวัสดีครับ ในเอ็นทรีก่อนเรื่อง Wifi ฟรีมีจริง แต่ติด Password แล้วเราจะทำไงดี (ฟะ) มีคนถามผมเกี่ยวกับ ICT Wifi ที่ใช้ฟรีตามนโยบายของรัฐบาล
 
 
ก็... อะนะ.. หาเสียงไว้ก็ต้องทำสิ ถึงจะถูลู่ถูกังก็เถอะ ดีกว่าไม่มีใช้ Money mouth
 
ทีนี้ มันก็เลยมีคำถามที่ว่าแล้วจะลงทะเบียนที่ไหนยังไง ยุ่งยากมั้ย จะหาพื้นที่บริการยังไงดี?
 
เราจะเริ่มเล่นเกม เดอะ *ผวั๊ะ!* ไม่ใช่กำจัดจุดอ่อน Yell
 
 
ขอโทษครับอาจารย์กฏษติกา อะแฮ่ม! เราจะมาแนะนำวิธีการใช้กันณ. บัติ นาว แปร๊น!
 
PS. เอ็นทรีนี้จะเป็นการใช้งานจากระบบ iOS (คนอ่าน: ขี้อวดว่ะ!) นะครับ ถ้าเป็นส่วนของคอมพิวเตอร์จะมีคำอธิบายไว้บางส่วนครับ
 
ขั้นแรกให้สแกนหา Wifi ก่อน โดยชื่อของตัว AP จะชื่อ ICT Free Wifi by XXX
 
 
XXX ในที่นี้คือชื่อของ ISP ครับ อาจจะเป็น 3BB,True หรือ TOT ก็ได้ ขึ้นอย่กับจังหวัดที่คุณใช้ เพราะนอกเขตปริมณฑลไปแล้วจะไม่มีเครือข่ายของ True เลย
 
จากตัวอย่าง ผมใช้ของ by True อยู่ ซึ่งสามารถหาพื้นที่บริการได้ตามสถานที่ราชการและ 7-11 หลายๆสาขาครับ
 
ทีนี้ ก่อนจะต่อ หลายๆคนคงเคยเจอปัญหา Unable to join network อันนี้ให้แก้ด้วยการปิดและเปิด Wifi ใหม่ (สำหรับ Android ก็ให้ Scan for network อีกครั้ง) เพราะในขณะนั้น สัญญาณอาจจะอ่อนมากจนหายไปครับ
 
เมื่อต่อแล้ว สำหรับ iOS จะมีหน้า Login ขึ้นมา
 
 
ตรงนี้มีส่วนสำคัญตรงที่จะต้องมีหน้า Login ทุกครั้ง เพราะเคยมีเรื่องที่ว่ามีการปล่อย Hotspot ปลอมๆ เพื่อดักรหัสผ่านและข้อมูลต่างๆ ตรงนี้ต้องระวังไว้ด้วยนะครับ
 
ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆก็ให้เปิด Browser ขึ้นมาแล้วเข้าเว็บอะไรก็ได้ คุณจะถูก Redirect มาที่หน้า Login
 
การสมัครก็ใส่ข้อมูลลงไปครับ
 
 
เมื่อใส่ข้อมูลถูกต้องครบถ้วนแล้ว เราก็จะใช่รหัสนั้น Log in ที่หน้าแรกเพื่อใช้งานได้ครั้งละ 30 นาทีต่อวัน ที่ความเร็ว 2Mbps (ขึ้นอยู่กับ ISP นั้น ของทรูได้ 2Mb)
 
เมื่อใช้งานจนหมดเวลาแล้วสามารถลงทะเบียนเพื่อต่ออายุได้ โดยไปที่หน้าแรกแล้วกด Renew
 
แต่ทว่า เมื่อผมกดแล้ว...
 
 
เสียใจด้วย ตอนนี้ยังไม่สามารถต่ออายุได้ครับ ไม่ว่าจะหมดเวลาก็ต่อไม่ได้จริงๆFrown
 
คนอ่าน: ก็ลงทะเบียนใหม่สิ
Rat: ลองแล้วครับ แต่ระบบจะยังจำชื่อและข้อมุลเดิมที่ลงทะเบียนไว้
 
ดังนั้น ตอนนี้น่าจะเป็นเวอร์ชั่นทดลอง ก็ทนใช้ไปก่อนครับ Tongue out
 
คนอ่าน: อ้าว! แล้วถ้าจะใช้หลายๆชั่วโมง หรือเป็นวันๆ จะทำยังไงล่ะ?
Rat: ติดตามต่อเอ็นทรีหน้าครับ เอ็นทรีหน้าจะเขียนเกี่ยวกับการใช้ Hotspot แบบที่เสียเงินซื้อชั่วโมงดูบ้าง รับรองว่าจ่ายเพิ่มซักนิด ได้ของดีมาใช้แน่นอนครับ Smile
 
แล้วก็จบไปอีกเอ็นทรี หลายๆคนอาจจะบอกว่าเอ้นทรีนี้ไม่ยาวเลย จริงๆคือผมก็กะเอาอีกเอ็นทรีมาเขียนด้วย แต่เดี๋ยวมันจะยาวเกินไป โหลดโหดน่ะครับ Foot in mouth
 
อ่าห์! ตอนที่ผมกำลังลังพิมพ์อยู่นี่ผมเพิ่งกลับจากงานเลี้ยวศิษย์เก่าสมัยมัธยมครับ จบไปสิบปี หน้าตาเพือน (บางคนก็ไม่อยากนับ) ไม่ค่อยเปลี่ยนเลย คุยไปก็ไม่ค่อยสนุก ไปคุยกับครูเก่าๆดีกว่า สนุกกว่าเยอะ เผากันไปเผากันมา อิอิ Embarassed
สวัสดีครับ เอ้นทรีนี้ผมเขียนขึ้นจากอารมณ์อเน็จอน่ายเหงื่อไหลไคลย้อยแฮ่กๆๆ (พอ!) ของผมทุกครั้งเวลามีคนบ่นเรื่องต่อไปนี้
 
  • Wifi บ้านเราไม่ฟรี
  • Wifi ฟรีแต่ติด Password
  • Wifi ฟรีแต่จำกัดชั่วโมง
  • Wifi ฟรีต่อติดยากจัง
 
 
ซึ่งที่ผ่านๆมาผมพยายามจะชี้แจงว่า Wifi นั้นมีทั้งแบบปกติและแบบเสียชั่วโมงซื้อเอา แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร จึงน่าเอามาเรียบเรียงใหม่ให้เข้าใจกันง่ายขึ้น
 
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันสักนิด ว่า Wifi เนี่ยมีกี่แบบ
 
หมายเหตุ: เอ็นทรีนี้เป็นการเขียนโดยเน้นไปที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าใจครับ Smile
 
Wifi แบบปกติตามบ้านจะถูกต่อผ่านสิ่งที่เรียกว่า Residental Gateway (ที่หลายๆคนเรียกติดปากว่า Router)
 
 
แต่สำหรับในประเทศไทยที่ Cable Modem ยังกระจุกกันเฉพาะย่านที่ ISP พอจะเห็นว่าคุ้มทุนในการลงทุน (อันนี้เขียนแซะ Yell) ดังนั้นโดยส่วนมากของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะยังใช้ ADSL อยู่ครับ (บ้านผมด้วย Tongue out)
 
จากรูป ตัว Gateway สมัยใหม่ๆจะเป็นโมเด็มและตัวกระจาย Wifi (AP) ไปในตัวด้วย ก็ช่วยลดวงจรเชื่อมโยงลงได้ 1 จุดครับ Cool
 
หมายเหตุ: Modem นี่อาจจะหมายถึง DSL Modem ด้วยนะครับ ซึ่งแบบ 1 Port สามารถขยายได้ด้วยการต่อผ่าน Resident Gateway
 
DSL Modem ของ Telus (มือสอง) หน้าตาดูดีกว่าตราของ TOT อีก... on Twitpic
คลิกดูรูปใหญ่ได้นะ
 
อันนี้เป็นรูปของ DSL Modem ที่เจอที่ร้านขายของมือสองในแคนาดาครับ (ขี้อวด)
 
 
ทีนี้ Wifi เป็นคลื่นสัญญาณชนิดหนึงที่เราไม่สามารถควบคุมไม่ให้มันออกไปนอกบ้านเราได้ เพื่อป้องกันไม่ให้บ้านอื่นเข้ามาแย่ง Bandwidh (เรียกง่ายๆว่า "ดูดเน็ต") บ้านเรา เราจึงต้องตั้ง Password ไว้
 
 
อ่าห์ แบบนี้เราก็ใช้ได้สิ เพราะเราเป็นเผ่า Titans!
 
Wifi ที่ใส่รหัสไว้จะมีรูปแม่กุญแจไว้ เมื่อเราเชื่อมต่อจะมีช่องให้ใส่รหัสครับ ซึ่งบางครั้งเวลาที่เราไปร้านอาหาร ร้านกาแฟ ที่แปะป้ายหน้าร้านว่า Free Wifi หรืออะไรทำนองนี้ แต่พอสแกนดูมันติด Password
 
ก่อนจะมาทวิตด่าหรือเขียน Status บ่นด้วยเน็ต 3G ติดๆดับๆแบบสารขันท์ (อยู่นอกเมืองก็มีแต่ EDGE เฮ้อ Frown) ให้เราใจเย็นๆ วางมีดลงก่อน นั่น อย่างนั้น แล้วถามรหัสเอาครับ
 
คำแปล
เวลาไปเยี่ยมบ้านคนอื่น
คนธรรมดา : บ้านคุณช่างสวยจริงๆ
ตัวฉัน : ขอรหัส Wifi บ้านนายหน่อยดิ
 
บทสนทนานี้เกิดขึ้นได้ทุกที่ที่มี Wifi ที่ใส่รหัสไว้ อย่าอายที่จะขอครับ Cool
 
ให้เราทำแบบเหยาหมิงครับ ถามเขาไปเลยว่า "รหัส Wifi ร้านคุณคืออะไรครับ/คะ?" แค่นั้นแหล่ะครับ ถ้าพนักงานหรือเจ้าของร้านเข้าใจ เขาก็จะให้รหัสเรามา ให้เราต่อเน็ตแล้วอัพรูปอาหารนั่นขึ้นอินสตาเกรียน เอ๊ย! แกรม ได้
 
หมายเหตุ: Wifi สำหรับบางร้านอาจไม่ได้มีไว้สำหรับลูกค้า เพราะทางร้านอาจมีการใช้งาน CCTV (กล้องวงจรปิด) ผ่านระบบ Wifi ด้วย ดังนั้นเขาจะจำกัดจำนวนอุปกรณ์ต่อพ่วงไว้ครับ ถ้าเขาไม่ให้ก็ทำความเข้าใจกันซักนิด
 
 
ใกล้ขนาดนี้ใช้แบบต่อสายดีกว่ามั้ยฮะFoot in mouth
 
เอาล่ะครับ หวังว่าทุกๆคนคงจะเข้าใจไปส่วนนึง ซึ่งยังเหลืออีกส่วนนึงคือพวก Hotspot ต่างๆ ที่พบได้ตามห้าง เอาไว้ติดตามกันต่อเอ็นทรีหน้าครับ เพราะเอ็นทรีหน้า บอกไว้ได้เลยว่า "ยาว"