firefox

หลังจากที่เขียนเรื่อง เว็บ RO เกาหลี โดน Blacklist ไปแล้ว

เลยเลี่ยงๆ ไม่เข้าเว็บ แต่รู้สึกว่าวันนี้จะเข้าด้วย Firefox ได้ตามปกติแล้ว

รวมทั้งเข้าผ่าน Google Translate หรือ BabelFish ก็ได้ปกติ

แต่ทำไมฟอนต์มันออกมาแบบนี้อ่ะ

 

 

 

 

จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกันครับ

 

แต่ยังไงซะ มันก็ยังพยายามจะลง ActiveX ใน Firefox ให้ได้ (โปรดดูรูปที่ 2)

แต่ Firefox ไม่รองรับ เลยลงไม่ได้

พอลองเข้าผ่าน IE ดู กดดู Certificate ด้วย

 

 

เออ! Certificate ก็ยังหมดอายไปนานมากแล้วเหมือนเดิม

ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม พอรู้สึกว่าได้จับคอมบ่อยๆแล้ว มีอารมณ์อยากจะเขียนเอ็นทรีบ่อยๆ ตามไปด้วย

วันนี้ผมอยากจะลองเข้าไปดู Patch ใหม่ๆของเกาหลี, ภาพ Illust, Fanart และ Wallpaper ใหม่ๆ ให้สูบกัน (รู้ตัวเองว่าอ่านภาษาชาติเกาไม่ออก แต่ก็พยายามแกะให้ได้อยู่ดีแหล่ะน่า)

แต่ทว่า วันนี้ทำไมมันเข้าไม่ได้ล่ะเนี่ย

 

 

อ้าว! ทำไมล่ะ ขึ้นหน้าแดงมาเลย เว็บอันตรายเหรอ งงเลยชั้น ?

ไหนของเข้าด้วยไอ้อีซิ ปรากฏว่า

 

 

เข้าได้ตามปกติ แต่ว่า

 

 

แค่เว็บเกม มี ActiveX ด้วยเหรอไงเนี่ย เลยกด Install ซะ (แต่ยังไม่ติดตั้งนะ) มีหน้าต่างการติดตั้งเด้งมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อ๋อ บังคับลง nProtect KeyCrypt เองเหรอ

กดไปดูที่ชื่อบริษัทหน่อยซิ แล้วอกดไปดู Certificate ปรากฏว่า

 

 

หมดอายุไปแล้ว ? / Expired ?

(Note. My computer display the Buddhist Era. To convert to Christian Era please minus with "543".)

เอ๊ะยังไง แบบนี้รึเปล่า Firefox มันถึงได้บอกว่าไม่ปลอดภัย แต่ Ie ไม่เตือนอะไรเลย

สำหรับ nProtect KeyCrypt คือโปรแกรมเข้ารหัสการคีย์ข้อมูลผ่านทางคีย์บอร์ดครับผม การทำงานคือเข้ารหัสการกดตัวอักษรทุกตัวด้วยอัลกอริทึ่มแบบ 128 Bit (เหมือน SSL) เพื่อไม่ให้โดนดักรหัสผ่านไปได้

ซึ่งการทำงานที่คล้ายๆกันนี้ก็มีใน Game Guard ของ nProtect ด้วย แถมมีการติดตั้ง Driver พิเศษในการดัก เอ๊ย! เข้ารหัส

 การทำงานก็จะคล้ายๆภาพด้านล่างนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ป้องกันการดักรหัสผ่านจากพวก OnlineGameHack ทั้งหลายแหล่ที่คนเกาหลีเค้ากลัวกันนักหนายิ่งกว่า GpCode หรือ Bagle

ว่ากันง่ายๆ มันก็ทำงานเหมือน Keylogger น่ะแหล่ะ

ดังนั้น ความฉลาดของหมาไฟเลยมองไปว่า ActiveX เป็น Keylogger เลยทำให้ไม่สามารถเข้าไปดูได้มั้ง

สรุปว่า

 

พวกโปรแกรมสร้างความปลอดภัยของพวกเกาหลีทั้งหมดมันไม่ได้ปลอดภัยนักหนาหรอก

Finally The Korea security apps didn't make any "SAFE" environment anymore.


เข้าใจรึยังจ๊ะ

 

<<<<< ไปบทที่ 7

ไปบทที่ 5 >>>>>

Chromifox เมื่อผมเบื่อ Chrome

posted on 12 Nov 2008 11:33 by warbandit in Software

ต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆที่ Chrome ออกมาก็เป็นที่ฮือฮากันในวงการบราวเซอร์

แต่ถึงแม้ช่วงหลังๆจะมีคนตั้งคำถามตอบแสนยากว่า

"Google จริงใจแค่ไหนกับ Browser ตัวนี้ ?"

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หลายๆคนกลับไปใช้ Browser ตัวเก่าๆ อย่าง Opera หรือ Firefox ต่อไป (ใครจะใช้ไออีก็ได้นะ แต่ไม่ค่อยอยากแนะนำ)

ทีนี้ Theme ของ Chrome เนี่ย เป็นสีฟ้าสบายตาดี หลายๆคนคงชอบ รวมทั้งผมด้วยนะ

วันนี้เรามาแปลงร่าง Firefox ให้เป็น Chrome กันด้วย Theme ที่ชื่อว่า Chromifox (อ่านว่า โคร-มิ-ฟ๊อก)




ทำให้ Firefox ของเราดูเหมือน Chrome ไปเลย

ใครอยากลองก็เชิญที่นี่เลยครับ Chromifox 1.0

อ้อ ก่อนโหลดขอเตือนอย่างนึงว่า

"Add Ons อันนี้สำหรับ Firefox 3 เท่านั้น เวอร์ชั่น 2 ใช้ไม่ได้นะ"

 

Firefox3 จะมี Awesome Bar หรือที่เรียกว่า Smart Location Bar มาให้ ผมชอบมันมาก เพราะมันช่วยให้หาเว็บที่เคยเข้าไปได้เร็วขึ้น ไม่ต้องหาเองใน History บ่อยๆ

แต่ก็นะ ผมเพิ่งเจอข้อเสียของมัน หลังจากที่หลายๆคนเจอกันไปแล้ว

คือผมใช้ Firefox แบบไม่ให้มันลบ History เองเลย เพราะขี้เกียจพิมพ์ชื่อเว็บ ถึงเวลามันก็เด้งมาให้เลย เข้าง่ายและไวดี

แต่ก็นะ เจ้า Smart Location Bar มันก็รู้ดี ว่าผมจะไปเว็บไหน ซึ่งใน History จะมีข้อความเดียวซ้ำๆกันเต็มไปหมด

 

 

จากรูป แค่ผมพิมพ์ bi มันก็เด้งขึ้นมาซะเยอะแยะไปหมด ทำให้เกิดอาการหน่วงแปปนึงก่อนจะพิมพ์ต่อไป บางทีผมก็หงุดหงิดนะเนี่ย

จะทำไงได้ ของมีคุณ ก็ต้องมีโทษเนอะ

ทางแก้ ต้องลบ History ออกหรือไม่ก็ทำตาม Tip ของนินคุง แต่ผมว่าทนรำคาญดีกว่านะ

 

เส้นกั้นเรื่อง

 

แนะนำ Add-Ons

สำหรับ Add ons อันนี้อาจจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรเลย แต่ผมติดมันไว้เล่นๆ

ชื่อของมันคือ FlagFox คือเอาไว้ดูว่าเว็บที่เราเข้าไปเนี่ย มันตั้งเซิฟเวอร์ไว้ที่ไหน

ตัวอย่างเช่นผมจะเข้าเว็บ free-av.com มันก็จะขึ้นธงชาติมาบอกเลย ว่าอยู่ที่ไหน

 

ซึ่งอยู่ในเยอรมนีนี่เอง

แต่มันก็ไม่ได้ไร้สาระซะทีเดียว เมื่อเรากดที่รูปธงชาติ มันก็จะลิ้งไปที่ Google Maps เลย ไปดูว่ามันตั้งอยู่ตรงไหนของโลก รัฐ(จังหวัด หรือมนฑล)ไหน ไอพีอะไร

 

อ่ออยู่ตรงนี้นี่เอง

 

 

ซูมไปได้จนถึงตัวอาคารที่ตั้งเซิฟเวอร์นั้นๆเลย(อยู่กลางทุ่งเหรอนั่น )

แต่จริงๆ Google Maps เค้าจำกัดการซูมเอา่ไว้ เลยเอามาใกล้สุดๆได้แค่นี้เองครับ

 

แถมยังกดที่ชื่อประเทศแล้วยังเข้าไปดูข้อมูลประเทศนั้นๆใน Wikipedia ได้อีกด้วย

 

เป็นไงล่ะครับ หวังว่าคงมีคนสนใจ ลองโหลดไปเล่นดูได้ คลิกที่นี่เลย