browser

สวัสดีครับ สำหรับ Avast 6 นี่ในรุ่นฟรีและเสียเงินมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ถูกลืมจากใครหลายๆคน นี่ก็คือ Site Blocking นี่เอง
 
สำหรับเจ้า Site Blocking ก็คือฟีเจอร์บล๊อกเว็บอย่างง่ายของ Avast โดยที่มันจะทำงานร่วมกับ Webshield นั่นเองครับ
 
โดยที่การทำงานคร่าวๆก็เหมือนกับ Kaspersky Anti Banner ครับ (ซึ่ง Kaspersky เสียเงิน ไม่ฟรี) แต่ต่างกันตรงที่
Kaspersky มีข้อมูลการบล๊อกโฆษณาอยู่ในตัวอยู่แล้ว แต่ Avast ไม่มี
 
เอ็นทรีนี้จะมาสอนวิธีบล๊อกโฆษณากันครับ โดยสิ่งที่ต้องใช้ก็คือ
  1. Avast รุ่นไหนก็ได้ (Free, Pro หรือ Internet Security) เวอร์ชั่น 6 ขึ้นไป
  2. บราวเซอร์อะไรก็ได้ ไอ้อี โรงละคร สวนสัตว์ หมาไฟ โครม เคว้ง คว้าง ผ่าง ฯลฯ
  3. อินเทอร์เน็ต กี่เม๊กก็ได้ ใครจะใช้ GPRS หรือ Backbone ก็ไม่ว่ากัน
  4. คอมพิวเตอร์ ข้อนี้สำคัญมาก ไม่มีคอมมีเน็ตแล้วจะเข้าเว็บยังไง (เอ่อข้อนี่รู้สึกจะตลกแด๊กล่ะ Foot in mouth)

ขั้นแรก หาเหยื่อก่อนครับ พวกเว็บโฆษณาเยอะๆนี่แหล่ะตัวดี พวกเข้ามาแล้วมีภาพวิบวับ มีแฟลชเช๊งช๊าง แถมบางทีมีเสียงอีก ไหนจะมีวิทยุออนไลน์ที่ไม่มีปัญญาตั้งให้คนดูกดเล่น  เวลาเข้าเว็บทีบราวเซอร์จะเขมือบแรมดุจแวมไพร์ขาดสารอาหารมาพันปี แถมเสียงเพลงจะประสานกันจับใจดุจแดนสวรรค์ (แต่นรกสำหรับเครื่องสเปคกากๆแบบตู Yell)

และเว็บที่เป็นเหยื่อในคราวนี้คือเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยชื่อแล้วกันครับ


Webpage Before use Site Blocker

 

นี่ตูมาทำอะไรที่นี่ !? นี่มันเว็บบอร์ดหรือเว็บดักบอทคลิกเนี่ย !? 

ใจเย็นก่อนครับ แรทซิเคิลใจเย็น เรามาดูขั้นตอนต่อไปดีกว่า

 

ต่อมาให้เปิด Avast ขึ้นมา แล้วไปที่ Additional Protection


Avast Site Blocker

 

จากรูปผมใช้รุ่น Internet Security แต่ในรุ่นฟรีก็มีครับ Smile

ให้เราติ๊กถูกที่ Enable Site Blocking ก่อน แล้เราจะสามารถใส่ Keyword ของคำที่ต้องการจะบล๊อกได้ครับ


Add keyword to avast Blocker

ส่วนตรงสีน้ำเงินนี้เป็นการบอกว่าสามารถใช้ Wildcards ได้ คนที่เคยใช้คำสั่ง DOS จะรู้จักกันดีครับ Cool

ตัวอย่างผมจะใส่แค่คำว่า "ads" ดู เมื่อกด Add แล้วให้มาที่หน้าที่มีโฆษณาเยอะๆ แล้วลองกด Refresh ดูครับ

ผลที่ได้ก็คือ...

Webpage after use site blocker

อ้า! โล่ง สบายใจ แม้ว่าจะไม่หมดก็เถอะ

สำหรับโฆษณาที่ดื้อด้าน ก็ให้เราคลิกขวาที่รูปภาพแล้วก๊อป URL มาใส่ใน Blocker ก็ได้ครับ

ซึ่งผมลองตั้งตามนี้ดู

Addlist

ก็ช่วยกำจัดโฆษณาได้เยอะเลยครับ

ส่วนการทำงานตรงนี้ทำงานในระดับโปรโตคอล ถึงคุณจะใช้บราวเซอร์ตัวไหน มันก็ยังโดนบล๊อกจากข้อมูลใน List ที่ตั้งไว้อยู่ดีครับ


 

สรุป:

เมนู Site Blocking ของ Avast สามารถประยุกต์ใช้ในการบล๊อกเว็บไม่พึงประสงค์ แต่ในที่นี้ผมลองใช้บล๊อกรูปภาพรู้ พบว่ามันก็บล๊อกได้

ถึง แม้ว่า SiteBlock จะบล๊อกได้ไม่เรียบเนียนแบบ Kaspersky Anti-Banner หรือ Adblock Plus ของ Firefox ก็ตาม แบบนี้ช่วยถนอม Bandwidth ได้เยอะครับ Embarassed

ต่อ ไปนี้จะเข้าเไปหาข้อมูล แต่บังเอิญไปเจอเว็บที่มีแค่โฆษณา ก็ไม่ต้องหัวเสียนั่งหาเนื้อหาแล้วครับ ใครมี Keyword ดีๆก็แนะนำกันด้วยก็ดีครับ Cool

IETester + IE6 Fail

posted on 02 Apr 2010 20:53 by warbandit in Software

ช่วงนี้หมดมุกอัพบล๊อกอย่างแรงครับ เลยใช้เรื่องจากเว็บใกล้ๆตัวมาเขียน หวังว่าคงไม่ว่ากันนะ แหะๆ

ผม Follow เว็บ Fail.in.th ไว้ครับ แล้วก็เจอกับเรื่อง Win นั่นคือเว็บ Fail.in.th ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์ที่บนความนี้ครับ Fail.in.th Win

ทีนี้ ภาพที่ลง สังเกตนะครับว่า BG สีแดงๆ ไม่ได้เป็นสีเทาๆ แบบที่เว็บ Fail วาง Theme ไว้

 

เพราะว่าถึงจะออกหนังสือพิมพ์ ก็ยังใช้ IE6 กันเหมือนเดิม

ผมลองใช้ IETester เข้าดู ผลออกมาว่า

 

BG กลายเป็นสีแดงๆ พร้อมข้อความเตือน (ออกแนวเหยียดหยามนิดๆ อิอิ)

พอเอาเมาส์ชี้ไปที่เป็ด ก็จะเป็นแบบนี้

 

 

ไม่ใช่แค่เว็บนี้ไม่ได้รองรับ IE6 กันนะครับ

ผมลองใช้เอ็นจิน IE6 เข้าหลายๆเว็บดูแล้ว เช่นเว็บ Popcap

 

 

 

CrashMania

 

ถ้าใช้ IE6 เราจะไม่เห็นหน้า Crunch ครับ

 

และล่าสุด Youtube

 

มี Error ส่งท้ายด้วยแฮะ

 

เอ็นทรีนี้เขียนขึ้น เพื่อให้เรา "เลิก" ใช้ IE6 กันได้แล้วครับ

ทางเลือกใหม่ยังมีอีกมากครับ แต่สำหรับแฟนๆ IE ผมขอแนะนำ Ie8 ครับ

ทางเลือกอื่นๆอาจจะเป็น Firefox,Opera,Safari (Chrome ใช้เอ็นจิน Safari หลายๆคนคงรู้แล้วเนอะ )

แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่ใช่ไอคอนตัว E สีฟ้าๆ แบบฟ้าทั้งตัว เท่านั้นที่จะพาเราออกสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้ครับ

เทคโนโลยีมันพัฒนาไปไกลแล้ว แต่ Ie6 มันหยุกพัฒนาไปเกือบๆ 4 ปีแล้วนะครับ

 

ส่วนเรื่อง IeTester ไปโหลดกันได้ที่เว็บ http://www.my-debugbar.com/ นะครับ เป็นโปรแกรมจำลองเอ็นจิน IE ตั้งแต่ 5.5 ถึง 8 ถ้าอยากรู้ว่าเว็บเราดูออดมายังไงใน IE เวอร์ชั่นไหนๆ ก็ลองโหลดไปเล่นดูครับ ฟรีแวร์ครับ

ส่วนการใช้งานอื่นๆ คือ ใช้เข้าเว็บที่ออกแบบตาม "มาตรฐาน IE6" นะครับ เพราะถึงใช้ Compatibility Mode บางทีก็ยังออกมาเอ๋อๆ กับ Ie7-8 น่ะครับ เพราะเราใช้ IE6 แท้ๆ (แบบจำลอง) เข้า

ปล.กำลังวางแผนจะทำ Theme ใหม่อยู่ อดใจรอ เอ่อ นานหน่อยนะครับ

สวัสดีครับ ปกติผมเองก็ไม่ค่อยเขียนรีวิวโปรแกรมพวกนี้ซักเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ใช้ Opera อยู่ เลยไม่ค่อยมีพวก Add-ons เจ๋งๆ ให้โหลดกัน

เอาเป็นว่า เรามาใช้ IE แก้ขัดกันก่อนนะครับ

ในยุคปัจจุบันที่สารพัดมัลแวร์ต่างแอบอยู่ตามเว็บไซท์ต่างๆ ซึ่งก็มีโปรแกรมจำพวก LinkScanner ขึ้นมา เอาไว้สแกน Search Result ตามเว็บค้นหา (ส่วนมากจะรองรับ Google เป็นมาตรฐาน)

ซึ่งตัว Finjan เองเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยในคอมพิวเตอร์ระดับ Hardware เหมือน Fortinet ที่เคยกล่าวไปแล้ว ว่าเขาเองก็หันมาทำ Antivirus แจกฟรี หวังเก็บข้อมูลจากผู้ใช้

พูดแล้วก็ไม่ต้องตกใจครับ เพราะเดี๋ยวนี้ผู้ผลิตโปรแกรมรักษาความปลอดภัยต้องการจะสร้าง Cloud ขึ้นมา เลยต้องอาศัยวิธีนี้ในการพัฒนาโปรแกรม Antivirus ของตนเองให้ตรวจจับได้เยอะและ FP น้อย

เอ๊า! นอกเรื่องซะยาวเชียว กลับก่อนๆ

Finjan เป็นบริษัทซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัยจากประเทศอิสราเอลครับ รายละเอียดเขียนไปแล้วด้านบน

สำหรับโปรแกรมน่าสนใจที่จะมารีวิวกันก็คือโปรแกรม SecureBrowsing

ใครที่เคยใช้โปรแกรม AVG อาจคุ้นเคยกันดีกับ LinkScanner นั่นแหล่ะครับ

มันก็จะสแกนหน้าเว็บเพจนั้นๆว่าอยู่ในระดับใหน ดังภาพครับ

 

Freeware result on Google

สีเขียว = ปลอดภัย

สีเหลือง = ยังไม่มีข้อมูล

สีแดง = อันตราย

ทีนี้ เอามารีวิวแค่นี้มันก็ธรรมดาๆ ไป

งั้นมาดูคุณสมบัติพิเศษของ SecureBrowsing กันต่อ ตรงที่ว่า

"มันสแกนลิ้งใน Twitter ได้"

แต่คุณต้องเล่นทวิตเตอร์ในเว็บนะครับ แล้วมันจะเป็นแบบนี้

 

 

เครื่องหมายถูกจะอยู่หน้าลิ้ง แปลกใหม่ไม่ซ้ำซาก และไม่ต้อกลัวว่าเมาส์จะไปโดนด้วย

จะพบว่าเจ้านี่สแกนลิ้งใน Timeline ใน Twitter ของเราครับเห็นแล้วน่าสนใจมากๆ เพราะบางครั้งอาจมีพวก Spam หรือ Bot ส่งลิ้งแปลกๆให้เราก็เป็นได้

จะว่าไป มันสแกนไปถึงเว็บ Twitter Client ที่ส่งกันมาเลย ละเอียดจริงๆ

สำหรับใครที่สนใจ อยากโหลดไปติดตั้ง ก็เชิญที่เว็บของเขาได้ที่ Finjan Secure Browsing

ตอนนี้รองรับ IE และ Firefox นะครับ ใครที่นิยมเล่น Twitter บนเว็บ ก็แนะนำให้ลองติดตั้งดูนะครับ

ส่วนใครที่เล่นทวิตเตอร์ ผมก็เล่นอยู่ครับ เข้าไปดูที่ @Ratcicle เลยครับ

เพิ่มเติม FinJan เองก็มี Twitter เหมือนกัน ตามไป Follow ได้เลยที่ @SecureTweets

ไว้พบกันเอ็นทรีหน้าครับ

แหล่งข่าว Pantip News

 

 

ไมโครซอฟท์ยืนหยัดต่อกระแสการต่อต้านโปรแกรม IE 6 ประการสนับสนุนต่อ

แม้ว่าจะมีการแสหลากหลายจากการรณรงค์ให้ผู้ใช้เลิกใช้โปรแกรมเว็บบราวเซอร์รุ่นเก่าจากไมโครซอฟท์ Internet Explorer 6 (IE6)

แต่ไมโครซอฟท์เจ้าของระบบปฎิบัติการตระกูลวินโดวส์และโปรแกรมดังกล่าวกลับยืนยันที่จะสนับสนุนให้ผู้ใช้ให้ใช้โปรแกรมของตนต่อไป

โดยทางทีมพัฒนาที่รับผิดชอบให้เหตุผลไว้อย่างกว้างๆ ว่า ด้วยหลากหลายสาเหตุการยกเลิกการสนับสนุน IE 6 ไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำเนื่องจากมีผู้ใช้อีกหลายล้านคนที่ยังคงใช้โปรแกรมนี้อยู่ทั่วโลก

แต่จากการวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์ได้ให้เหตุผลในเรื่องนี้ว่า การทีไมโครซอฟท์มีแนวคิดอย่างนี้ก็เพราะว่า IE 6 ยังคงเป็นส่วนประกอบหนึ่งของวินโดวส์ XP ที่ยังจำหน่ายอยู่ในตลาด

อย่างไรก็ตามเวบไซต์ชื่อดังทั่วโลกนำโดย ยูทูปก็เริ่มประกาศยกเลิกการสนับสนุนผู้ใช้ที่ใช้โปรแกรม IE 6 แล้ว

 

 ====================


ผมลองเข้า Twitter ด้วย IE6 (ใช้ห้องคอมมหาลัย) ก็มีเตือนเพราะใช้ IE6 เข้า

 

ที่บ้านผมคอมทุกเครื่องลง IE8 ครับ ไม่ว่าจะเครื่องพนักงานก็ตาม

วันนี้ลองติดสคริปต์สำหรับคนใช้ IE6 ในบล๊อกนี้แล้วครับ

และยังขอยืนยันว่าผมไม่ใช่ไมโครซอฟท์ ดังนั้น บล๊อกนี้จะดูเละบน IE6 และก็คงจะเละต่อไป เพราะขี้เกียจแก้แล้ว

ยังไงซะ ดูบน IE7+ หรือบราวเซอร์ตัวอื่นๆก็ไม่มีปัญอะไร ดังนั้น ผมถือว่าผิดที่ IE6 นะครับ

ตอนนี้คิดได้ว่าถ้าวินโดวส์ XP เลิกจำหน่ายเมื่อไหร่ IE6 ก็คงจะลดลงไปเองครับ

 

เมื่อก่อนผมไม่ชอบวินโดวส์โมเอามากๆ เพราะมันตัดแต่งจนเละไปหมดแล้ว

แต่วันนี้ผมกลับชอบ เพราะคนทำยัด IE7,8 ลงไปด้วย ทำให้ผู้ใช้หันไปใช้ IE7,8 กันหมด

ขอบคุณจริงๆครับ จากใจเลย

 

ปล.ลองไปสมัครแคมเปญ "IE6 Must Die" ที่ Twibbon มาแล้ว

คลิกที่ภาพเพื่อดูรูปใหญ่

สนใจสมัครคลิกไปชมได้ที่ Twibbon IE6 Must Die !

ปล.คิดไปเองรึเปล่านะภาพแรทซิเคิลใน Avatar รู้สึกว่าตามันไม่เท่ากันแฮะ